ไหนใครเคยรู้สึกแบบนี้บ้าง ถ้าเอาแต่คิดอย่างเดียวโดยที่ไม่ลงมือทำอะไรเลย หัวหน้า ก็ไม่มีวันรู้ความต้องการของเรา จริงๆ แล้วการเจรจาขอขึ้นเงินเดือนไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องอาศัยทั้งความกล้าและ หลักจิตวิทยาในการประเมินความสามารถของตัวเอง รวมทั้งกลยุทธ์ใน การเจรจาต่อรอง ถึงจะมีโอกาสได้ขึ้นเงินเดือนสมใจ
ก่อนจะไปถึงวิธีการขอขึ้นเงินเดือน อยากให้หลายๆ คนรู้จักการประเมินผลตัวเองทางหลักจิตวิทยา (Core self-evaluations ) เพื่อให้รู้ว่าบุคลิกภาพของเราเหมาะสมกับงานที่ทำหรือเปล่า และความสามารถของเราสัมพันธ์กับเงินเดือนที่ได้รับหรือไม่ โดยพิจารณาจากบุคลิกภาพทั้ง 4 แบบนี้
นักจิตวิทยาเชื่อว่าบุคคลิกภาพเหล่านี้มีผลต่อความสำเร็จในการทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนแบบที่ 4 ลองเชื่อมโยงบุคลิกภาพกับสามารถในการทำงานของตัวเอง ว่าเรา สร้างคุณค่าอะไรให้กับบริษัท ผลงานที่ผ่านมาเป็นที่พึงพอใจของเพื่อนร่วมงานหรือไม่ ถ้าคุณมีความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตัวเองมากพอ คุณก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น
ในชีวิตจริงเราไม่สามารถพูดทุกเรื่องที่ได้อย่างใจคิด ในโลกการทำงานก็เช่นเดียวกัน เหตุผลในการขอขึ้นเงินเดือนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาจจะมาจากเรื่องการทำงานอย่างเดียวหรือเป็นเรื่องส่วนตัวก็ได้เช่น มีหนี้สิน มีภาระครอบครัวต้องดูแล แต่ควรเลือกเหตุผลที่มาจากการทำงานล้วนๆ จะดีกว่า ไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง เพราะจะทำให้เราดูไม่เป็น มืออาชีพ ในการทำงาน
โดยปกติแล้วในการทำสัญญาจ้างระหว่างพนักงานและผู้ประกอบการ จะมีการทำข้อตกลงเรื่องปรับขึ้นเงินเดือนเมื่อพนักงานผ่านการประเมินงาน หรือทำงานครบตามกำหนด 3-6 เดือน สามารถใช้โอกาสนี้เจรจาขอขึ้นเงินเดือนได้ สำหรับบางบริษัทอาจไม่ได้กำหนดข้อตกลงนี้ชัดเจน อาจจะปรับขึ้นเงินเดือนให้พนักงานเมื่อได้รับการเลื่อนตำแหน่ง อย่างไรก็ตามควรหาโอกาสคุยกับหัวหน้าในช่วง 90 วันก่อนการประเมินประจำปี เพราะเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจะประเมินภาพรวมของพนักงานและผลประกอบการ นอกจากนี้ควรพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆ ด้วย ถ้าบริษัทมีผลประกอบการลดลง ต้องลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ถ้าจะให้มาปรับเงินเดือนเราคนเดียวก็ดูไม่สมเหตุสมผลนัก
หลักจิตวิทยาในการขอขึ้นเงินเดือนต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ไม่ควรกดดันหรือคาดคั้นเอาคำตอบจากหัวหน้าให้ได้เดี๋ยวนั้น อาจทำให้เราพลาดโอกาสได้ค่าตอบแทนที่ควรจะได้ ควรสร้างบรรยากาศในการเจรจาให้ผ่อนคลาย พูดคุยอย่างสุภาพ อาจเกริ่นด้วยผลงานเด่นๆ ที่ผ่านมา วิธีการทำงานที่ทำให้ผลงานออกมาดี หรือทักษะความรู้ที่ได้เรียนเพิ่มเติมที่เอามาใช้ประโยชน์กับการทำงานได้ จากนั้นถึงค่อยเข้าประเด็นขอขึ้นเงินเดือน แนะนำว่าไม่ควรบอกตัวเลขไปตรงๆ ให้หัวหน้าและฝ่าย HR เป็นผู้พิจารณาก่อนจะดีกว่า
ในกรณีที่หัวหน้าไม่ได้ให้คำตอบเรื่องขึ้นเงินเดือนทันที อาจจะต้องรอเป็นอาทิตย์ถึงหลายเดือน โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ ที่ต้องปรึกษาหารือกันหลายฝ่าย ในระหว่างนี้คุณก็ควรหมั่นติดตามผล คอยสังเกตแต่ไม่ใช่ทวงถามบ่อยๆ เมื่อครบกำหนดแล้ว ถ้ายังไม่มีอะไรคืบหน้าก็ควรหาเวลาคุยอีกครั้ง หากหัวหน้าอนุมัติขึ้นเงินเดือนให้ต่ำกว่าที่คาดไว้ อาจจะยื่นข้อเสนอขอรับผิดชอบงานชิ้นใหญ่ หรือเสนอตัวเลขอื่นๆ ที่คาดว่าจะตกลงกันได้ หรือขอเป็นสวัสดิการอื่นๆ แทน เช่น เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น วันลาพักร้อน หรือคอร์สฝึกอบรมทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เป็นต้น
เห็นไหมคะว่าหลักจิตวิทยาในการขอขึ้นเงินเดือนไม่ใช่เรื่องยากและน่ากลัวอย่างที่คิด ในระบบการทำงานระหว่างบริษัทกับพนักงานก็เหมือนน้ำเพิ่งเรือ เสือพึ่งป่า ถ้าเราทำงานสุดความสามารถก็สมควรจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า อย่างไรก็ตามอย่าหมกมุ่นกับตัวเลขของเงินเดือนอย่างเดียว ให้เน้นที่ความตั้งใจในการทำงาน ถ้างานดี งานเด่น ก็ต้องเข้าตาหัวหน้าบ้างแหละ แต่ถ้ารอมานานแล้ว ยังไม่มีวี่แววใดๆ ลองมองหางานใหม่สำรองไว้ก็ดีนะคะ ค้นหางานที่น่าสนใจและเงินเดือนที่คุณต้องการผ่านแอปพลิเคชั่น jobsDB ได้ง่ายๆ เลย
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android