Key Takeaway
การคำนวณ OT (Overtime) หรือการทำงานล่วงเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญทั้งในแง่ของสิทธิของพนักงานและข้อผูกมัดของนายจ้าง เพื่อให้การจ่ายค่าจ้างล่วงเวลาเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมตามกฎหมายแรงงานของประเทศไทย ซึ่งกฎหมายกำหนดอัตราค่าจ้างสำหรับการทำงานล่วงเวลาต้องสูงกว่าค่าจ้างปกติ เพื่อให้พนักงานได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสมกับเวลาที่ทำงานที่เกินจากเวลาปกติ การเข้าใจวิธีการคำนวณโอทีช่วยให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างสามารถหลีกเลี่ยงข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าจ้างได้
O.T. ย่อมาจาก Overtime หรือ "ค่าล่วงเวลา" ซึ่งหมายถึงเวลาที่พนักงานทำงานเกินจากเวลาทำงานปกติ โดยส่วนมากจะเกิดขึ้นในกรณีที่ต้องการให้การทำงานคืบหน้าหรือเสร็จสิ้นเร็วที่สุด เพื่อให้สามารถดำเนินการในขั้นตอนถัดไปหรือส่งงานเพื่ออัปเดตความคืบหน้าและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
การทำงานล่วงเวลาเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในช่วงที่มีงานเยอะหรือต้องทำงานดึกเพื่อให้โครงการหรือการทำงานเสร็จสมบูรณ์ทันตามกำหนด
การบริหารเวลาในการทำงานมีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะต้องมีการกำหนดเวลาทำงานที่ชัดเจนแล้ว ยังต้องมีการกำหนดอัตราค่าล่วงเวลา (O.T.) ที่เหมาะสม เพื่อให้ทั้งพนักงานและนายจ้างได้รับความยุติธรรมในด้านการจ่ายค่าจ้าง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ ได้แก่
ปกติแล้วการทำงานตามกฎหมายแรงงานในประเทศไทยจะต้องทำไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากพนักงานต้องทำงานล่วงเวลาจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
วิธีการกำหนดการจ่ายค่า O.T. จะคิดจากทั้งวันทำงานปกติและวันหยุด โดยจะมีอัตราการจ่ายที่แตกต่างกันตามข้อกำหนดของกฎหมายแรงงาน ได้แก่
การคิดโอทีจะพิจารณาจากระยะเวลาทำงานที่เกินเวลาปกติ โดยแตกต่างกันระหว่างพนักงานรายเดือนและรายวัน นายจ้างต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายแรงงาน เพื่อให้การจ่ายโอทีเป็นไปอย่างถูกต้องและยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย มาดูกันว่าโอทีจะแบ่งการคิดค่าตอบแทนสำหรับพนักงานรายเดือนและรายวันอย่างไรบ้าง
พนักงานที่ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติจะได้รับค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง โดยวิธีคิดโอทีรายเดือนจะพิจารณาจากอัตราค่าจ้างที่พนักงานได้รับจากเงินเดือน โดยใช้สูตรคำนวณโอทีดังนี้
ตัวอย่างการคำนวณ กรณีที่พนักงานได้รับค่าล่วงเวลา 1.5 เท่า และทำโอที 3 ชั่วโมง
(15,000 / 30 / 8) × 1.5 × 3 = 1,875
ดังนั้น พนักงานจะได้รับเงินโอทีทั้งหมด 1,875 บาท สำหรับการทำงานล่วงเวลา 3 ชั่วโมงในวันนั้น
ส่วนวิธีการคิดโอทีสำหรับพนักงานรายวันจะคำนวณจากอัตราค่าจ้างรายวัน โดยพิจารณาจากจำนวนชั่วโมงการทำงานที่เกินเวลาปกติในวันทำงาน ตามสูตรดังนี้
ตัวอย่างการคำนวณ กรณีพนักงานทำโอที 3 ชั่วโมงในวันทำงานปกติและได้รับอัตราโอที 1.5 เท่า
(300 บาท / 8 ชั่วโมง) × 1.5 × 3 ชั่วโมง = 135
ดังนั้น พนักงานจะได้รับค่าล่วงเวลา 135 บาท สำหรับการทำโอที 3 ชั่วโมงในวันทำงานปกติ
สำหรับการคิดและจัดการ O.T. ในวันหยุดแบ่งออกเป็นสองกรณีหลัก คือ กรณีที่พนักงานมีสิทธิรับค่าจ้างและกรณีที่ไม่มีสิทธิรับค่าจ้างในวันหยุด ตามนี้
เริ่มจากพนักงานรายเดือนที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดจะได้รับค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1 เท่าของค่าจ้างปกติสำหรับการทำงานในวันหยุด ซึ่งมีสูตรคำนวณ คือ
ตัวอย่างการคำนวณ (18,000 / 30 / 8) X 1 X 8 = 600
ดังนั้น เงิน OT ที่พนักงานจะได้รับในวันนั้นคือ 600 บาท
ในขณะที่พนักงานรายวันที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด จะได้รับค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2 เท่าของอัตราค่าจ้างในวันทำงานปกติ โดยสามารถคำนวณได้ตามสูตรนี้
ตัวอย่างการคำนวณ (450 / 8) × 2 × 8 = 900
ดังนั้น ค่าตอบแทนการทำงานของพนักงานในวันหยุด คือ 900 บาท
โอที (O.T.) คือค่าจ้างที่พนักงานได้รับเมื่อทำงานเกินเวลาปกติ กฎหมายกำหนดชั่วโมงทำงานและการจ่ายค่าจ้างเพื่อความเป็นธรรม โดยการคิดโอทีจะแบ่งตามพนักงานรายเดือนและรายวัน ส่วนโอทีวันหยุดจะแยกตามพนักงานที่มีสิทธิและไม่มีสิทธิรับค่าจ้างวันหยุด
Jobsdb ช่วยให้คุณค้นหางานที่มีนโยบายโอทีชัดเจนและยุติธรรมตามกฎหมายแรงงาน โดยสามารถเลือกงานตามตำแหน่ง บริษัท และฐานเงินเดือนที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย
มาดูคำถามที่หลายคนมักสงสัยเกี่ยวกับวิธีคิดโอทีกันดีกว่า ว่ามีหลักการและวิธีการคำนวณอย่างไรบ้าง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
โอที 1.5 เท่าคือค่าจ้างที่พนักงานได้รับเพิ่มขึ้น 1.5 เท่าจากอัตราค่าจ้างปกติสำหรับชั่วโมงทำงานที่เกินจากเวลาปกติ เช่น ทำงานล่วงเวลา 1 ชั่วโมง จะได้ค่าจ้างเป็น 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงปกติ
โอที 3 เท่า คือ การจ่ายค่าจ้าง 3 เท่าของค่าจ้างปกติสำหรับการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดหรือวันนักขัตฤกษ์ การคำนวณแบ่งเป็น 2 วิธี คือ
การคำนวณ OT 1.5 เท่า คือ คำนวณจากอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ตัวอย่างเช่น หากเงินเดือน 15,000 บาท และทำโอที 2 ชั่วโมง การคำนวณจะเป็น (15,000 ÷ 30 ÷ 8) x 1.5 x 2 = 1,250 บาท