สมรสเท่าเทียมคืออะไร? การยอมรับและความยุติธรรมสำหรับทุกคู่รัก

สมรสเท่าเทียมคืออะไร? การยอมรับและความยุติธรรมสำหรับทุกคู่รัก
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 21 March, 2025
Share

Key Takeaway

  • สมรสเท่าเทียมคือการให้สิทธิการแต่งงานแก่ทุกเพศอย่างเท่าเทียมกัน ไม่จำกัดเฉพาะชาย-หญิง โดยในประเทศไทยกฎหมายสมรสเท่าเทียมเพิ่งถูกบังคับใช้ล่าสุดเมื่อ 23 มกราคม พ.ศ. 2568
  • สิทธิจากสมรสเท่าเทียม คู่รักเพศเดียวกันจะได้รับสิทธิทางกฎหมาย เช่น การจดทะเบียนสมรส การรับมรดก การทำธุรกรรมร่วมกัน และสิทธิในการรับรองบุตรบุญธรรม
  • สมรสเท่าเทียมช่วยส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ ลดการเลือกปฏิบัติในสังคม และสนับสนุนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนในการสร้างครอบครัว ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการยอมรับความหลากหลายทางเพศและสิทธิมนุษยชน

สมรสเท่าเทียมคือการให้สิทธิ์ในการแต่งงานแก่ทุกคู่รัก ไม่ว่าจะเป็นเพศใด เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์ในการสร้างครอบครัวและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขและเท่าเทียมกัน การสมรสไม่ควรถูกจำกัดด้วยเพศสภาพหรืออัตลักษณ์ทางเพศ แต่ควรเป็นสิทธิพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงมี ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียมและความสำคัญของมันในสังคมไทยปัจจุบัน

เข้าใจความเท่าเทียมในความรัก สมรสเท่าเทียมคืออะไร?

เข้าใจความเท่าเทียมในความรัก สมรสเท่าเทียมคืออะไร? 

สมรสเท่าเทียมคือแนวคิดที่ให้สิทธิ์ในการแต่งงานแก่ทุกคู่รักโดยไม่จำกัดเพศ เพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างครอบครัวและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยมีการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมเพื่อให้คู่รักทุกคู่ได้รับสิทธิและหน้าที่อย่างเท่าเทียมกัน เช่น การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม การรับมรดก และการตัดสินใจทางการแพทย์แทนคู่สมรส นับเป็นก้าวสำคัญของสังคมที่ส่งเสริมความเสมอภาคและลดการเลือกปฏิบัติทางเพศ

กฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทย สิทธิและการยอมรับในสังคม

ประเทศไทยใช้เวลากว่า 20 ปีในการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมจนสำเร็จทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่ 37 ของโลก และเป็นชาติแรกในอาเซียนที่รับรองสิทธิในการสมรสอย่างเท่าเทียม 

โดยร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 และผ่านการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ก่อนที่วุฒิสภาจะลงมติเห็นชอบในวันที่ 18 มิถุนายน 2567 และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 

สาระสำคัญของกฎหมายนี้คือการแก้ไขถ้อยคำให้บุคคลสองคนสามารถสมรสกันได้โดยไม่จำกัดเพศ รวมถึงสิทธิและหน้าที่ทางกฎหมายที่เท่าเทียมกับคู่สมรสชายหญิง กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มกราคม 2568 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการส่งเสริมความเสมอภาคและลดการเลือกปฏิบัติทางเพศ

สิทธิที่ได้รับจากพ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม

สิทธิที่ได้รับจากพ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม 

กฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทยได้เปิดโอกาสให้ทุกคู่รักสามารถสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่จำกัดเพศ ซึ่งนอกจากจะเป็นการรับรองความเท่าเทียมในความรักและชีวิตคู่แล้ว ยังมอบสิทธิและหน้าที่ทางกฎหมายที่คู่สมรสพึงได้รับ 

เช่น การหมั้น การจดทะเบียนสมรส การจัดการทรัพย์สิน และสิทธิทางรัฐต่างๆ เพื่อให้ทุกคู่สมรสสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมั่นคงและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม สิทธิสำคัญๆ ที่จะได้รับจากพ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมได้แก่

การหมั้น

ภายใต้กฎหมายสมรสเท่าเทียมคู่รักทุกเพศสามารถทำการหมั้นกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การหมั้นเป็นการแสดงเจตนาว่าทั้งสองฝ่ายต้องการสมรสกันในอนาคต โดยมีข้อผูกพันทางกฎหมาย เช่น หากมีการผิดสัญญาหมั้น ฝ่ายที่เสียหายอาจเรียกร้องค่าทดแทนได้ กฎหมายฉบับนี้ได้แก้ไขถ้อยคำที่เคยจำกัดให้เฉพาะ "ชาย-หญิง" มาเป็น "บุคคลสองคน" เพื่อให้ครอบคลุมทุกเพศสภาพ

การสมรส

สิทธิในการสมรสเป็นหัวใจสำคัญของพ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม โดยกำหนดให้บุคคลสองคนสามารถสมรสกันได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศ การสมรสตามกฎหมายนี้ทำให้คู่รักมีสถานะเป็นคู่สมรสที่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย สามารถใช้สิทธิและปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ร่วมกันได้เช่นเดียวกับคู่สมรสชาย-หญิง

การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม

กฎหมายนี้เปิดโอกาสให้คู่สมรสเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมได้ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งทำให้พวกเขามีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับคู่สมรสทั่วไป การจดทะเบียนสมรสส่งผลให้คู่สมรสได้รับสิทธิต่างๆ เช่น การเปลี่ยนนามสกุล การใช้สกุลร่วมกัน และการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน

การจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ

คู่รักที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติสามารถจดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมายไทย โดยมีเงื่อนไขและกระบวนการเช่นเดียวกับคู่สมรสชาย-หญิง ทั้งนี้การจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติยังอาจมีผลต่อสถานะทางกฎหมายและสิทธิการพำนักในแต่ละประเทศ ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศนั้นๆ

การหย่าร้าง

กฎหมายสมรสเท่าเทียมให้สิทธิในการหย่าร้างแก่คู่สมรสทุกเพศเช่นเดียวกับคู่สมรสชาย-หญิง โดยสามารถหย่าได้ทั้งโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำสั่งศาล ทั้งนี้การหย่าจะส่งผลต่อการแบ่งทรัพย์สิน การอุปการะบุตร และสิทธิอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

การจัดการทรัพย์สินร่วมกัน

คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีสิทธิในการจัดการทรัพย์สินร่วมกันเช่นเดียวกับคู่สมรสชาย-หญิง ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส ทรัพย์สินส่วนตัว และการแบ่งทรัพย์สินกรณีหย่าร้าง

สิทธิจากทางรัฐ

คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมตามกฎหมายนี้มีสิทธิได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ เช่น สวัสดิการด้านประกันสังคม สิทธิในการยื่นลดหย่อนภาษีร่วมกัน และสิทธิในการรับสวัสดิการจากหน่วยงานภาครัฐเช่นเดียวกับคู่สมรสชาย-หญิง

การให้ความยินยอมในการรักษาพยาบาล

ภายใต้กฎหมายสมรสเท่าเทียมคู่สมรสมีสิทธิให้ความยินยอมในการรักษาพยาบาลแทนกันได้ เช่น การตัดสินใจเรื่องการผ่าตัด หรือการรักษาทางการแพทย์ที่สำคัญ ซึ่งเป็นสิทธิที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในกรณีฉุกเฉิน

การอุปการะเลี้ยงดูบุตร

คู่สมรสมีสิทธิร่วมกันในการอุปการะเลี้ยงดูบุตรตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงสิทธิในการตัดสินใจเรื่องการศึกษา สุขภาพ และการดำรงชีวิตของบุตร โดยมุ่งเน้นให้เด็กได้รับการดูแลและมีคุณภาพชีวิตที่ดีจากผู้ปกครอง

การรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม

กฎหมายสมรสเท่าเทียมเปิดโอกาสให้คู่สมรสทุกเพศสามารถรับบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมาย ซึ่งทำให้พวกเขามีสิทธิเป็นบิดามารดาโดยชอบธรรม และสามารถดูแลเด็กในฐานะพ่อแม่ตามกฎหมายเหมือนกับคู่สมรสชาย-หญิง

ภาพรวมสมรสเท่าเทียมจากทั่วโลก

ภาพรวมสมรสเท่าเทียมจากทั่วโลก

การยอมรับกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศทั่วโลก โดยในยุโรป หลายประเทศให้สิทธิสมรสแก่ทุกเพศมานานแล้ว เช่น เนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศแรกที่บังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี 2544 ตามมาด้วยประเทศอื่นๆ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และสวีเดน ในอเมริกาเหนือ สหรัฐอเมริกาและแคนาดาให้สิทธิสมรสแก่ทุกเพศอย่างเต็มรูปแบบ 

ในขณะที่ละตินอเมริกาอย่างอาร์เจนตินา บราซิล และเม็กซิโกก็ได้บังคับใช้กฎหมายนี้เช่นกัน สำหรับเอเชียการยอมรับยังมีไม่มากนักแต่มีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด เช่น ไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชียที่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสมรสได้ตั้งแต่ปี 2562 

ตามมาด้วยเนปาลที่ให้การรับรองสิทธิสมรสเท่าเทียมในปี 2566 ส่วนในอาเซียนประเทศไทยเป็นชาติแรกที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงและการยอมรับสิทธิความหลากหลายทางเพศในระดับโลก

ประเทศที่สมรสเท่าเทียมเป็นกฎหมายแล้ว

ประเทศที่สมรสเท่าเทียมเป็นกฎหมายแล้ว

ปัจจุบันมี 38 ประเทศทั่วโลกที่รับรองสมรสเท่าเทียมล่าสุดให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถสมรสได้ตามกฎหมาย โดยในยุโรปมีประเทศที่บังคับใช้กฎหมายนี้มากมาย เช่น เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน สวีเดน สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ในทวีปอเมริกามีทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก อาร์เจนตินา และบราซิล 

ส่วนในโอเชียเนียมีออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ให้การยอมรับ ในทวีปแอฟริกาประเทศแอฟริกาใต้เป็นชาติแรกที่เปิดให้สมรสเท่าเทียมได้ นอกจากนี้ในเอเชียไต้หวันได้ที่แรกในภูมิภาคที่ให้สิทธิ์สมรสเท่าเทียม โดยเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นๆ อย่างเนปาล ซึ่งมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเมื่อไม่นานมานี้

 ในอาเซียนประเทศไทยได้กลายเป็นชาติแรกที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริงในภูมิภาคนี้

นอกจากนั้นยังมีประเทศอื่นๆ ที่ได้เปิดรับกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งรวมถึงอันดอร์รา คอสตาริกา คิวบา เดนมาร์ก เอกวาดอร์ เอสโตเนีย ฟินแลนด์ กรีซ ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ ลักเซมเบิร์ก มอลตา นอร์เวย์ โปรตุเกส สโลวีเนีย อุรุกวัย และออสเตรียที่ได้ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม ประเทศเหล่านี้ได้ให้สิทธิ์ในการสมรสและได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายให้คู่รักทุกเพศ สามารถมีสถานะทางครอบครัวและสิทธิเท่าเทียมกันกับคู่สมรสที่เป็นชายและหญิง 

รวมถึงการเข้าถึงสวัสดิการต่างๆ ของรัฐอย่างเต็มที่ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการยอมรับในความหลากหลายและการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตคู่ได้อย่างมีสิทธิ์และศักดิ์ศรีในสังคม

ความสำคัญของสมรสเท่าเทียมในสังคมสมัยใหม่

ความสำคัญของสมรสเท่าเทียมในสังคมสมัยใหม่

สมรสเท่าเทียมเป็นก้าวสำคัญของสังคมที่มุ่งเน้นความเสมอภาคและการเคารพสิทธิของทุกคนโดยไม่คำนึงถึงเพศ การมีกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ทุกคู่รักสามารถสมรสกันได้อย่างเท่าเทียม ไม่เพียงแต่ช่วยขจัดการเลือกปฏิบัติ แต่ยังสร้างสังคมที่ให้คุณค่ากับความเท่าเทียมและความเป็นธรรม 

นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมความมั่นคงในชีวิตคู่ทำให้ทุกคนสามารถสร้างครอบครัว มีสิทธิทางกฎหมายในการดูแลกันและกัน รวมถึงเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างเท่าเทียม การยอมรับสมรสเท่าเทียมจึงเป็นการสะท้อนถึงพัฒนาการของสังคมที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง

สรุป

สมรสเท่าเทียมเป็นกฎหมายที่ให้สิทธิ์ในการสมรสแก่ทุกคู่รักไม่ว่าจะเป็นเพศใด เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์และสถานะทางครอบครัวที่เท่าเทียมกัน กฎหมายนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสมอภาคในชีวิตครอบครัวแต่ยังเกี่ยวข้องกับสิทธิในการรับสวัสดิการจากรัฐและสถานที่ทำงานด้วย เช่น สิทธิในการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน การรับบุตรบุญธรรม และการดูแลรักษาพยาบาลร่วมกัน 

สำหรับผู้ที่กำลังมองหางานและต้องการทำงานในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายและสิทธิพนักงาน สามารถเข้าไปหางานได้ที่เว็บไซต์ Jobsdb ซึ่งมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่ให้สวัสดิการพนักงานที่ครอบคลุม รวมถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศในที่ทำงานอีกด้วย

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม 

More from this category: ความอยู่ดีมีสุขในที่ทำงาน

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา