Key Takeaway
การเริ่มต้นทำงานเป็นก้าวสำคัญที่เต็มไปด้วยทั้งความตื่นเต้นและความท้าทาย สำหรับ First Jobber หรือผู้ที่เพิ่งเข้าสู่โลกการทำงาน นอกจากความสามารถในหน้าที่แล้ว ทักษะที่ช่วยให้คุณปรับตัวและเติบโตอย่างมั่นใจเองก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น
ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การบริหารเวลาอย่างเหมาะสม หรือการรับมือกับอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น การพัฒนาและฝึกฝนทักษะเหล่านี้จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างราบรื่น พร้อมสร้างเส้นทางอาชีพที่มั่นคงและก้าวหน้าในอนาคต
First Jobber คือกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่โลกการทำงาน หรือมีประสบการณ์ทำงานไม่เกิน 4 ปี โดยส่วนใหญ่มักเป็นเด็กจบใหม่จากมหาวิทยาลัย อายุประมาณ 22 ปีขึ้นไป ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังไฟในการทำงาน เปี่ยมไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ พร้อมที่จะเรียนรู้และเติบโตในสายอาชีพของตนเองในอนาคต
การเริ่มต้นทำงานครั้งแรกเป็นประสบการณ์ที่ทั้งตื่นเต้นและท้าทาย First Jobber มักต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ๆ ที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทัน มาดูกันว่ามีความท้าทายอะไรที่อาจต้องเจอ
แต่ละคนมีความกังวลเรื่องอาชีพที่แตกต่างกัน บางคนมีสิ่งที่ชอบแต่ไม่อยากทำเป็นงาน บางคนอยากทำงานที่รักแต่รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย บางคนรู้สึกว่าทำอะไรได้หลายอย่างแต่ไม่เก่งสักอย่าง หรือที่เรียกกันว่า ‘มนุษย์เป็ด’ หรือบางคนก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองเก่งพอจะทำงานอะไรได้เลย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของ First Jobber และเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาเส้นทางอาชีพที่เหมาะกับตัวเอง
การรอการติดต่อกลับจากที่ทำงานอาจทำให้หลายคนนอนไม่หลับ และสะดุ้งทุกครั้งที่โทรศัพท์แจ้งเตือน เราอาจหวังจะได้งานที่ต้องการที่สุด แต่พอรอนานๆ แค่มี HR ที่ไหนติดต่อมาก็ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้น
ช่วงหลังสัมภาษณ์ก็เป็นช่วงที่กดดันไม่แพ้กัน บางคนสัมภาษณ์มาหลายที่แต่ไม่มีใครตอบกลับ หรือแย่กว่านั้นคือไม่มีข่าวคราวเลย จนทำให้ First Jobber หลายคนเริ่มผิดหวัง และตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราพลาดตรงไหน” หรือ “เรายังไม่เก่งพอหรือเปล่า” ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เข้าใจได้ แต่สิ่งสำคัญคืออย่าให้ความกังวลมาหยุดเราไม่ให้พัฒนาตัวเองและมองหาโอกาสใหม่ๆ ต่อไป
การทำความเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรใหม่ คือการเรียนรู้วิธีทำงานและค่านิยมขององค์กร เช่น สไตล์การสื่อสาร การตัดสินใจ และความสัมพันธ์ในทีม เพื่อทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น วิธีปรับตัวทำได้โดยการสังเกต วิธีทำงานของเพื่อนร่วมงาน ปรับสไตล์การทำงานให้เหมาะสม สร้างความสัมพันธ์กับทีม เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ และถามเมื่อไม่เข้าใจ เพื่อปรับตัวและเติบโตในองค์กรได้เร็วขึ้น
การรับมือกับความคาดหวังจากทีมสำหรับ First Jobber คือการสร้างความเชื่อมั่นโดยการทำงานให้มีคุณภาพและตรงเวลา สื่อสารเมื่อมีปัญหา รับคำติชมเพื่อพัฒนา และแสดงความรับผิดชอบในงานที่ได้รับ การทำเช่นนี้จะช่วยให้ทีมมั่นใจในความสามารถของเราและสร้างความไว้วางใจในระยะยาว
การสื่อสารในที่ทำงานสำหรับ First Jobber ต้องมีความเป็นมืออาชีพโดยการสื่อสารให้ชัดเจนและตรงประเด็น ฟังอย่างตั้งใจ ใช้ภาษาที่สุภาพและเหมาะสม เคารพเวลาของผู้อื่น และสื่อสารข้อมูลที่มีประโยชน์ให้ทีม การทำเช่นนี้จะช่วยสร้างความไว้วางใจและทำให้การทำงานราบรื่นขึ้น
การทำงานเป็นสิ่งสำคัญ แต่การสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว หรือ work-life balance ก็สำคัญไม่แพ้กัน การเคลียร์งานให้เสร็จตามกำหนดเวลาและจัดการกับภาระงานให้ดี จะช่วยให้มีเวลาให้กับตัวเองและครอบครัวมากขึ้น การมี work-life balance ที่ดีจะช่วยลดความเครียดและทำให้มีพลังในการทำงานมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้ชีวิตส่วนตัวไม่ถูกละเลย
ในฐานะ First Jobber การเริ่มต้นในที่ทำงานใหม่อาจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความท้าทาย แต่ก็มีสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเพื่อช่วยให้ปรับตัวได้เร็วและมีความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ ดังนี้
สำหรับ First Jobber ในบางบริษัทอาจมีการอบรมหรือปฐมนิเทศพนักงานใหม่เพื่อแนะนำกฎระเบียบและมาตรฐานการทำงานขององค์กร แต่หากบริษัทที่ทำงานไม่มีการแนะนำดังกล่าว ควรหาข้อมูลเบื้องต้นจากฝ่ายบุคคล เช่น เวลาเริ่ม-เลิกงาน เวลาพัก ตำแหน่งงานที่ทำอยู่ในฝ่ายใด และใครเป็นหัวหน้า รวมถึงผังองค์กรและการแบ่งฝ่ายงาน ซึ่งการทำความเข้าใจและเรียนรู้ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องในที่ทำงาน
การเริ่มต้นทำงานใหม่อาจทำให้รู้สึกกังวลและไม่มั่นใจ แต่ไม่ต้องกดดันตัวเองเกินไป เพราะการเรียนรู้งานใหม่มีเหตุผลเสมอ ให้มั่นใจในความสามารถและทักษะของตัวเอง รวมถึงจุดเด่นของตัวเอง เช่น ความสามารถในการแก้ปัญหาหรือทักษะเฉพาะที่ทำให้แตกต่างจากคนอื่น ทำงานด้วยความรอบคอบ อย่ารีบร้อน
หากเกิดข้อผิดพลาดให้แก้ไขและเรียนรู้จากมัน การทำงานคือการแก้ปัญหา หากไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดทำลายความมั่นใจ จึงจะสามารถแสดงฝีมือได้เต็มที่และเติบโตในทักษะการทำงานอย่างมั่นใจ
การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ First Jobber แต่การมาถึง "ก่อนเวลา" จะยิ่งดีกว่าการตรงต่อเวลา เพราะมันสะท้อนถึงลักษณะนิสัยและความรับผิดชอบต่อการทำงาน เช่น การมาทำงานแต่เช้า หรือการส่งงานที่ได้รับมอบหมายก่อนเวลา แต่งานที่ส่งต้องมีคุณภาพและสามารถใช้งานได้ ไม่ใช่การทำงานแบบขอไปทีเพื่อเสร็จเร็ว
การกระทำเหล่านี้จะช่วยให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานเห็นถึงความตั้งใจและความรับผิดชอบของเรา โดยเฉพาะในวันแรกของการทำงาน ควรวางแผนการเดินทางให้ดี เผื่อเวลาเดินทางบ้าง เพราะการไปถึงเร็วกว่าการไปสายจะดีกว่าแน่นอน
ไม่ว่าทำตำแหน่งอะไรอยู่ก็ตาม เมื่อเริ่มต้นทำงานใหม่เป็น First Jobber ควรหาเวลาไปพบปะและพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มต้นทำงานในที่ใหม่หรือตำแหน่งใหม่ เพราะจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากพวกเขา รวมถึงโอกาสในการสร้างความประทับใจ
สิ่งนี้จะช่วยเสริมการสร้างทีมในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการบริหารทีมในบริษัทหรือการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ทักษะการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญในทุกสายอาชีพ หากเป็นคนขี้อาย ลองเริ่มบทสนทนาด้วยการแนะนำตัวหรือพูดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาและงานอดิเรกนอกเวลางาน
การเริ่มต้นทำงานใหม่เป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาตัวเอง สำหรับ First Jobber ควรฝึกตัวเองให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มต้น ช่วงแรกอาจมีข้อมูลมากมายที่เข้ามา แต่ไม่ต้องตกใจหรือรีบร้อน ให้ใช้เวลาค่อยๆ เรียนรู้ทีละขั้นตอน เพราะการให้เวลากับตัวเองในการทำความเข้าใจข้อมูลเหล่านี้เป็นก้าวสำคัญในการเติบโตในสายงานอย่างมืออาชีพ
หากเลือกที่จะไม่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อาจทำให้ความสามารถไม่เติบโตและคงอยู่แค่ในระดับกลางของสายงานนั้นๆ บางครั้งการเรียนรู้สิ่งใหม่อาจทำให้เราอยากยึดติดกับวิธีที่คุ้นเคย แต่แนะนำให้ทดลองวิธีใหม่ๆ และเลือกแนวทางที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับตัวเอง
การวางตัวดีสำคัญมากสำหรับ First Jobber เพราะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ตั้งแต่การแต่งกายที่เหมาะสม น้ำเสียงที่มั่นใจ และภาษากายที่ไม่มากจนเกินไป สิ่งเหล่านี้ทำให้คนรอบข้างอยากเข้าใกล้และพร้อมช่วยเหลือ ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงานและช่วยให้เติบโตในสายงาน
ในช่วงเดือนแรกของการทำงานใหม่ สำหรับ First Jobber ควรเป็นผู้ฟังที่ดี เพราะจะช่วยให้คุ้นเคยกับระบบ ขั้นตอน และระเบียบของบริษัทได้เร็วขึ้น และเรียนรู้วิธีการดำเนินงานที่นี่ แม้บางครั้งอาจมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ควรลองฟังและทำตามดู เพื่อค้นหาวิธีที่ดีที่สุด
เมื่อโอกาสในการแสดงความสามารถมาถึง จะสามารถนำเสนอผลงานที่สอดคล้องกับวิธีการทำงานของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเรียนรู้ที่จะรับฟังคือก้าวแรกในการพัฒนาตนเองในที่ทำงาน
ทักษะที่สำคัญในการทำงานไม่ใช่แค่ความรู้เฉพาะทาง (Hard Skills) แต่ยังรวมถึง Soft Skill ที่ช่วยให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
เมื่อเริ่มต้นทำงานในตำแหน่งใหม่ First Jobber ควรเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในด้านความรู้เฉพาะทางและทักษะที่จำเป็นในการทำงาน โดยเฉพาะ Hard Skills ที่องค์กรมักมองหา เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
Soft Skills เป็นทักษะที่ช่วยให้ First Jobber ทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทางมากเกินไป เช่น
First Jobber คือผู้ที่เริ่มต้นทำงานหลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ที่ต้องรับมือ ทั้งการทำงานที่มีทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills เพื่อให้การทำงานราบรื่นและประสบความสำเร็จในงานแรก
สำหรับ First Jobber การเริ่มต้นทำงานหลังจบการศึกษาอาจเป็นเรื่องท้าทาย แต่ Jobsdb จะช่วยให้การค้นหางานง่ายขึ้น ด้วยข้อมูลตำแหน่งงาน บริษัท และเงินเดือน ที่ตรงกับทักษะและความสนใจของคุณ