Gap Year คืออะไร ทำไมถึงเป็นช่วงเวลาสำคัญให้ทุกคนได้ค้นหาตัวเอง

Gap Year คืออะไร ทำไมถึงเป็นช่วงเวลาสำคัญให้ทุกคนได้ค้นหาตัวเอง
Jobsdb ทีมเนื้อหาอัปเดตเมื่อ 17 January, 2025
Share

Key Takeaway

  • Gap Year คือช่วงเวลาที่นักเรียนหยุดเรียน 1 ปี ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อทดลองสิ่งใหม่ๆ เช่น ท่องเที่ยว ฝึกทักษะ หรือทำงาน ช่วยให้ค้นหาตัวตนและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
  • Gap Year คือช่วงเวลาที่ช่วยให้ค้นหาตัวเอง พัฒนาทักษะใหม่ และเตรียมตัวสำหรับอนาคต ด้วยการสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ
  • Gap Year ช่วยค้นหาตัวตนและพัฒนาทักษะ แต่ข้อเสียคือหากไม่วางแผนดี อาจเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูง 
  • กิจกรรมใน Gap Year ได้แก่ การท่องเที่ยว เรียนภาษา ทำงานอาสาสมัคร งานพาร์ทไทม์ และพัฒนาทักษะเฉพาะ

เคยรู้สึกไหมว่าเส้นทางชีวิตที่ถูกวางไว้ล่วงหน้ามันเร็วเกินไป? Gap Year คือ การหยุดเรียน 1 ปีก่อนเข้ามหาลัยที่กำลังกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการหยุดพักเพื่อสำรวจตัวเองและหาคำตอบสำคัญในชีวิต ซึ่งแกร็บเยียร์คือช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้ทดลองใช้ชีวิตในแบบที่ต่างออกไป แต่ในขณะเดียวกัน Gap Year คืออะไร? มีข้อเสียไหม? และทำไมถึงเป็นช่วงเวลาสำคัญในการค้นหาตัวเอง ด้านล่างนี้มีคำตอบ 

Gap Year คืออะไร

Gap Year คืออะไร

Gap Year คือช่วงเวลาที่นักเรียนตัดสินใจหยุดเรียน 1 ปีก่อนเข้ามหาลัย ซึ่งเป็นโอกาสในการลองสิ่งใหม่ๆ และทดลองประสบการณ์ที่อาจจะไม่ได้ทำในช่วงที่เรียนอยู่ อย่างไรก็ตามการหยุดเรียนในช่วงเวลา Gap Year ไม่ใช่เพียงแค่การพักผ่อนจากการเรียน แต่เป็นเวลาในการลงทุนกับตัวเอง เพื่อค้นหาความสนใจและความสามารถที่แท้จริง หากใช้ช่วง Gap Year อย่างมีเป้าหมายก็จะช่วยพัฒนาความมั่นใจในตัวเอง พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีการจัดการกับชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม 

ทำไม Gap Year ถึงเป็นช่วงเวลาสำคัญ

ทำไม Gap Year ถึงเป็นช่วงเวลาสำคัญ 

Gap Year คือ ช่วงเวลาที่สำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้หยุดพักจากเส้นทางการเรียนรู้แบบเดิมและค้นพบตัวเองในมิติที่ลึกซึ้งมากขึ้น หลายคนใช้ช่วงนี้ในการสำรวจความสนใจที่แท้จริง ทบทวนเป้าหมายชีวิต และพัฒนาทักษะที่ไม่เคยเรียนรู้ในระบบการศึกษา นอกจากนี้ Gap Year ยังช่วยให้หลายคนพัฒนาความรับผิดชอบและทักษะชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเวลา การทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือการปรับตัวในสถานการณ์ใหม่ๆ อีกด้วย

ข้อดีของการได้ Gap Year

การเลือกใช้เวลาในช่วง Gap Year ไม่ใช่แค่พักจากการเรียน แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะชีวิต และเปิดมุมมองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การฝึกงาน หรือการทดลองสิ่งใหม่ๆ มาดูกันว่าช่วงเวลานี้มีข้อดีอะไรบ้าง ที่อาจเปลี่ยนชีวิตและเสริมความพร้อมสำหรับอนาคตของคุณ!

  • มีเวลาทบทวนตัวเอง
  • เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกห้องเรียน
  • พัฒนาทักษะชีวิต
  • สร้างเครือข่าย
  • เตรียมพร้อมสู่ชีวิตมหาวิทยาลัยและการทำงาน
  • ลดความเครียด ช่วยให้ามีพลังกายและพลังใจ
  • เข้าใจตัวเองมากขึ้น

ข้อเสียของการได้ Gap Year

แม้ Gap Year จะเป็นโอกาสดีให้ในการค้นหาตัวเอง แต่การหยุดพักจากการเรียนก็อาจมาพร้อมกับสิ่งที่ควรพิจารณามากมาย มาดูกันว่า Gap Year มีข้อเสียอะไรบ้าง ดังนี้

  • ค่าใช้จ่าย
  • การหยุดพักเป็นเวลานาน อาจทำให้ต้องใช้เวลาในการปรับตัวใหม่เพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทั้งเรียนและทำงาน
  • รู้สึกตามหลังคนรุ่นเดียวกันหรือไม่ก้าวหน้าเหมือนกับเพื่อน
  • หากไม่มีการวางแผนที่ดี และไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร Gap Year ก็อาจกลายเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
  • มุมมองของสังคมและครอบครัว ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงกดดันต่างๆ 
Gap Year กับซิ่ว ต่างกันอย่างไร

Gap Year กับซิ่ว ต่างกันอย่างไร

Gap Year และ การซิ่ว ต่างกันชัดเจนในแง่ของวัตถุประสงค์และแนวทางการดำเนินการ Gap Year คือ การหยุดพักจากการเรียนในระยะเวลาหนึ่ง (ปกติ 1 ปี) โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการศึกษา นักเรียนใช้เวลานี้เพื่อสำรวจตัวเอง พัฒนาทักษะใหม่ๆ หรือทำกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต ก่อนที่จะกลับไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

ส่วนการซิ่วคือการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงสาขาหรือมหาวิทยาลัยที่สมัครเข้าศึกษา หลังจากที่เริ่มเรียนแล้ว เพราะไม่พอใจในสาขาวิชาที่เลือกหรือรู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องการจริงๆ การซิ่วอาจทำให้ต้องเรียนซ้ำหรือล่าช้าในการจบการศึกษา ดังนั้น Gap Year จึงเป็นช่วงเวลาที่เน้นการเตรียมตัวและค้นหาตัวเอง ในขณะที่การซิ่วคือการเปลี่ยนเส้นทางการศึกษาหลังจากเริ่มเรียนไปแล้ว

แนะนำกิจกรรมที่น่าสนใจช่วง Gap Year

ช่วง Gap Year เป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการสำรวจสิ่งใหม่ๆ และพัฒนาตัวเองได้เต็มที่ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าควรทำอะไรดี? ดังนั้นมาดูกันว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างที่สามารถทำในช่วง Gap Year เพื่อให้เวลานี้คุ้มค่าและเติมเต็มชีวิตคุณ!

gap year คือ - ไปท่องเที่ยวที่ใหม่ๆ

1. ไปท่องเที่ยวที่ใหม่ๆ

การท่องเที่ยวในสถานที่ใหม่ๆ ช่วยให้เราได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและประสบการณ์ที่แตกต่าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Gap Year ที่ช่วยเปิดโลกใหม่ นอกจากความสนุกสนานแล้ว ยังเสริมทักษะการปรับตัว การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะการจัดการชีวิตในรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจไม่เคยพบมาก่อนอีกด้วย

2. ลงเรียนคอร์สภาษา

การลงเรียนคอร์สภาษาต่างประเทศในช่วง Gap Year เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนาทักษะภาษาและเปิดโอกาสในการเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ ทั้งการเรียนในห้องเรียนหรือการเรียนออนไลน์ สามารถช่วยให้คุณปรับระดับการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับตัวเองได้  

นอกจากนี้การเรียนรู้ภาษายังช่วยให้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการคิดและการแก้ปัญหา เนื่องจากการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ มักทำให้เรามองโลกในมุมมองที่แตกต่างออกไป

gap year คือ - ทำกิจกรรมที่ชอบ

3. ทำกิจกรรมที่ชอบ

การทำกิจกรรมที่ชอบในช่วง Gap Year เป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่าเพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถ เช่น เรียนรู้ดนตรี กีฬา ศิลปะ หรือการทำงานอดิเรกอื่นๆ กิจกรรมเหล่านี้สามารถทำได้ทั้งในช่วงเวลาว่างหรือจัดตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะใหม่ๆ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคต โดยการทำกิจกรรมที่ชอบไม่เพียงแค่ช่วยให้เราผ่อนคลายจากความเครียด แต่ยังช่วยเสริมสร้างทักษะต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

4. เป็นอาสาสมัคร

การเป็นอาสาสมัครในช่วง Gap Year เป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมและชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในองค์กรการกุศล การช่วยเหลือเด็กหรือผู้สูงอายุ หรือการทำงานในโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยทั้งในประเทศหรือไปต่างประเทศ การเป็นอาสาสมัครไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการแก้ปัญหา แต่ยังเสริมสร้างความรับผิดชอบ การจัดการเวลา และทักษะการสื่อสารอีกด้วย

5. ทำงาน Part-time 

การทำงาน Part-time ในช่วง Gap Year คือวิธีที่ดีในการได้รับประสบการณ์ทำงานและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ โดยสามารถเลือกทำงานที่สนใจหรือเกี่ยวข้องกับอาชีพในอนาคต เช่น การทำงานในร้านอาหาร การขายของออนไลน์ รวมไปจนถึงการทำงานในตำแหน่งต่างๆ 

ซึ่งการทำงาน Part-time ยังช่วยให้เราได้เรียนรู้การจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะต้องบาลานซ์ระหว่างการทำงานและกิจกรรมอื่นๆ ในช่วง Gap Year นอกจากนี้ยังช่วยเสริมทักษะในหลายๆ ด้านทั้งในด้านการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน และช่วยสร้างความอดทนอีกด้วย

เตรียมตัวก่อน Gap Year อย่างไรให้ไม่เดือดร้อนตัวเอง

เตรียมตัวก่อน Gap Year อย่างไรให้ไม่เดือดร้อนตัวเอง

การใช้ช่วง Gap Year ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องเตรียมตัวอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เวลานี้กลายเป็นภาระในอนาคต ซึ่งการเตรียมตัวก่อน Gap Year ควรเริ่มตั้งแต่การวางแผนทางการเงิน เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับเป้าหมายของตัวเอง รวมถึงเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจ ดังนั้นมาดูกันว่าเราควรวางแผนในด้านไหนบ้างเพื่อให้ Gap Year เป็นช่วงเวลาที่เสริมสร้างและไม่ส่งผลเสียต่อตัวเองในอนาคต

ด้านการเงิน

การเตรียมตัวด้านการเงินก่อน Gap Year คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณสามารถใช้เวลานี้ได้อย่างมั่นใจและไม่เกิดปัญหาทางการเงินในภายหลัง ซึ่งในการเริ่มต้นควรตั้งงบประมาณ และคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งการเดินทาง ที่พัก อาหาร ค่าฝึกอบรม หรือกิจกรรมที่วางแผนจะทำ โดยการเก็บออมเงินล่วงหน้าจะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการเงินระหว่าง Gap Year 

นอกจากนี้ยังควรมีแผนสำรองในกรณีฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อีกทั้งควรวางแผนเรื่องการหารายได้เพิ่มเติมในช่วง Gap Year ผ่านการทำงาน Part-time หรือการรับงานฟรีแลนซ์ เพื่อหารายได้เพิ่มเติมและทำให้สามารถสนุกกับช่วงเวลานี้ได้เต็มที่

ด้านเวลา

การเตรียมตัวด้านเวลาในช่วง Gap Year เพื่อช่วยให้เราใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เสียโอกาสในอนาคต ควรเริ่มจากการวางแผนเวลาล่วงหน้าว่าจะใช้ช่วงเวลานี้ทำกิจกรรมอะไรบ้าง เช่น ท่องเที่ยว ฝึกงาน เรียนคอร์สใหม่ หรือทำงานอาสาสมัคร จากนั้นควรกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อให้การใช้เวลาเป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้

อีกหนึ่งสิ่งที่ควรทำคือการจัดสรรเวลาให้สมดุล ระหว่างการพักผ่อนและการพัฒนาตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดตั้งเวลาให้ชัดเจนสำหรับแต่ละกิจกรรม เพื่อให้ทำทุกอย่างได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังควรเตรียมแผนสำรองในกรณีที่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแผนการ 

ด้านความสัมพันธ์

การเตรียมตัวด้านความสัมพันธ์ก่อน Gap Year คือสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเตรียมตัวด้านการเงินหรือเวลา เพราะการใช้เวลาในช่วง Gap Year อาจทำให้ห่างไกลจากครอบครัว เพื่อน หรือคนใกล้ชิด โดยการเตรียมตัวที่ดีคือการตั้งเป้าหมายในการรักษาความสัมพันธ์ รวมถึงการพูดคุยกับครอบครัวเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการในช่วงเวลานี้ ให้ได้รับการสนับสนุนและไม่เกิดความกังวล 

นอกจากนี้ยังควรจัดการเรื่องของความสัมพันธ์ในที่ทำงานหากทำงาน Part-time หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในช่วง Gap Year เพื่อไม่ให้กระทบกับความสัมพันธ์ในระยะยาว ดังนั้นการเตรียมตัวในด้านความสัมพันธ์จะช่วยให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือเกิดปัญหากับคนรอบข้างในช่วง Gap Year

ด้านจิตใจ

การเตรียมตัวด้านจิตใจก่อน Gap Year เป็นขั้นตอนสำหรับรับมือกับความท้าทายและสถานการณ์ใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ทั้งการเตรียมใจให้พร้อมรับมือกับอุปสรรคหรือความยากลำบากที่ไม่คาดคิดจะช่วยให้เรียนรู้จากประสบการณ์ นำมาปรับตัว และดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้นควรฝึกทักษะการจัดการความเครียดและความกังวล เพราะในช่วง Gap Year อาจมีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้ไม่มั่นใจหรือโดดเดี่ยว 

ดังนั้นการมีทักษะในการจัดการอารมณ์และการมองโลกในแง่บวก จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณสามารถผ่านช่วงเวลานี้ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้การมีแผนรองรับทางจิตใจ เช่น การมองว่า Gap Year เป็นโอกาสในการเติบโตและพัฒนาตัวเอง จะช่วยให้รู้สึกว่าเวลานี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่อการเรียนรู้และการเติบโตในอนาคต

สรุป

Gap Year คือ ช่วงเวลาที่ช่วยให้เราได้ค้นหาตัวเองและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ผ่านการสำรวจความสนใจใหม่ๆ พัฒนาทักษะ หรือทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การเรียนรู้ภาษา การทำงานอาสาสมัคร หรือการฝึกฝนทักษะในด้านต่างๆ การใช้ช่วงเวลา Gap Year อย่างคุ้มค่าช่วยเสริมสร้างประสบการณ์และความมั่นใจในการเติบโตทั้งด้านอาชีพและชีวิตส่วนตัว

หากคุณต้องการพัฒนาในช่วง Gap Year หรือหางานในอนาคต Jobsdb ช่วยคุณเชื่อมต่อกับงานหลากหลายประเภท ทั้งพาร์ทไทม์ อาสาสมัคร หรืองานประจำ ที่เหมาะกับความสามารถและความสนใจของคุณ

More from this category: งานแรก

เรียกดูคำค้นหาที่ได้รับความนิยม

ทราบหรือไม่ว่าผู้สมัครค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรใน Jobsdb? สำรวจคำค้นหาที่ได้รับความนิยมเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่เสมอ

สำรวจหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

เลือกสิ่งที่สนใจเพื่อเรียกดูอาชีพที่เกี่ยวข้อง

สมัครรับคำแนะนำด้านอาชีพ

รับคำปรึกษาด้านอาชีพจากผู้เชี่ยวชาญส่งตรงถึงอินบ็อกซ์ของคุณ
ท่านได้ยอมรับคำประกาศเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อยินยอมให้ Jobsdb และบริษัทในเครือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถยกเลิกได้ทุกเวลา